มะม่วงหาว

มะม่วงหาวมะนาวโห่ พืชสมุนไพรไทย บำบัดโรคได้หลายชนิด

iStock 672720676 L

ในปัจจุบันผู้คนให้ความสนใจในการใช้ยาสมุนไพรกันมากขึ้น ซึ่งในประเทศไทยก็มีพืชผักและผลไม้หลายชนิดที่เป็นสมุนไพร ที่มีสารสำคัญที่นำมาเป็นยารักษาได้ หรือมีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย ช่วยส่งเสริมสุขภาพให้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือผลไม้ที่มีชื่อว่า “มะม่วงหาวมะนาวโห่”

มะม่วงหาวมะนาวโห่ เป็นผลไม้ที่กำลังได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย ในแง่ของการมีสรรพคุณรักษาโรค ตั้งแต่ในคัมภีร์โบราณ จวบจนถึงงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งผลไม้ชนิดนี้เป็นผลไม้ท้องถิ่นที่ให้รสเปรี้ยวมาก และออกรสหวานเล็กน้อยหากปล่อยให้ผลสุกจัดจากสีแดงเป็นสีม่วงดำ 

ถึงแม้ว่ามะม่วงหาวมะนาวโห่จะดูเหมือนมีสรรพคุณมากมาย แต่งานศึกษาเกี่ยวกับสรรพคุณที่กล่าวอ้างกันยังน้อยมาก และส่วนใหญ่งานวิจัยของมะม่วงหาวมะนาวโห่ในปัจจุบันยังทำในสัตว์ทดลอง ส่วนงานวิจัยในคนยังไม่ปรากฏงานวิจัยที่น่าเชื่อถือมารองรับ

ลักษณะทั่วไป

มะม่วงหาวมะนาวโห่ เป็นชื่อเรียกอื่นๆ ของต้นหนามแดง หรือบ้างก็เรียกกันว่า มะนาวไม่รู้โห่ ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Carissa carandas  Linn. อยู่ในวงศ์ Apocynaceae หรือที่รู้จักกันในวงศ์ต้นตีนเป็ดนั่นเอง เป็นพืชที่สามารถเก็บเกี่ยวผลได้ตลอดทั้งปี โดยมีลำต้นสูงประมาณ 2 – 3 เมตร แต่สามารถสูงได้มากที่สุดถึง 5 เมตร ลำต้นมียางขาว เปลือกสีเทา มีหนามยาว มีกิ่งเป็นจำนวนมาก และกิ่งมีความแข็ง 

มีลักษณะใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่หรือรูปขอบขนาน ปลายใบกลมหรือเว้าบุ๋ม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบเกลี้ยงเนื้อใบหนาและเหนียวคล้ายแผ่นหนัง ดอกช่อกระจุกออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาวหรือชมพูอ่อน เชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว ปลายแยกเป็น 5 กลีบ 

ผลมีลักษณะเป็นรูปทรงกลมรี ขนาดเท่าหัวแม่มือเป็นพวง มีเมล็ดจำนวนมาก เป็นผลไม้ที่มีเนื้อสด เนื้อนุ่มรับประทานได้  ผลอ่อนจะมีลักษณะเป็นสีขาวอมชมพู มีน้ำยางมาก และค่อยๆ เข้มขึ้นเป็นสีแดง จนกลายเป็นสีดำเมื่อสุกเต็มที่ มีรสชาติเปรี้ยว

สารเคมีที่พบในส่วนของผล ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต ฟลาโวนอยด์ ไตรเทอร์ปีนส์ และพวกโปรตีน เช่น alanine, glycine, glutamine เป็นต้น ลำต้นและรากเป็นพวกลิกแนน ใบเป็นพวกไตรเทอร์ปีนส์ และสเตียรอยด์

662 89262216217763280

วิธีการปลูกและการดูแลรักษา

มะม่วงหาวมะนาวโห่ มักนิยมปลูกเป็นไม้ประดับ เนื่องจากมีดอกและผลที่สวยงาม และออกดอกตลอดปี สามารถทนต่อสภาพอากาศได้ดี จึงพบว่าเจริญเติบโตได้ดีในเขตร้อนและเขตอบอุ่น อีกทั้งยังสามารถเติบโตได้ดีในเขตดินทราย และในดินเกือบทุกชนิด ตั้งแต่ดินเค็มไปจนถึงดินเปรี้ยว ซึ่งมะมะม่วงหาวมะนาวโห่นั้นจะให้ผลผลิตที่ดีในสภาพดินที่มีความสมบูรณ์ และต้องมีการระบายน้ำที่ดีด้วย เพราะเป็นพืชที่ต้องการน้ำในปริมาณที่น้อยมากนั่นเอง

การขยายพันธุ์

โดยปกติแล้ว นิยมขยายพันธุ์มะม่วงหาวมะนาวโห่ด้วยเมล็ด ซึ่งเมล็ดของพืชชนิดนี้มีอายุการเก็บรักษาที่สั้น ดังนั้น หลังจากแยกเมล็ดออกจากผลแล้วจึงควรเพาะพันธุ์เมล็ดทันที ซึ่งการเพาะปลูกนิยมทำในโรงเรือนช่วงเดือนสิงหาคม และทำการย้ายปลูกเมื่อต้นกล้าอายุได้ 1 ปี

การเก็บเกี่ยวผลผลิต

ผลของมะม่วงหาวมะนาวโห่จะเริ่มแก่ตัวเมื่อมีอายุได้ 100 – 110 วัน หลังจากติดผล ซึ่งจะมีพัฒนาการของสีตามธรรมชาติ และผลจะเริ่มสุกหลังจากผลเริ่มแก่ รวมเวลาแล้วประมาณ 120 วันหลังติดผล สังเกตได้ว่าผลจะเริ่มนุ่ม และเปลี่ยนไปสีม่วงเข้ม ซึ่งควรเก็บผลไว้ในที่ร่ม สามารถเก็บไว้ในอุณหภูมิห้องไว้ได้นานถึง 1 สัปดาห์ ส่วนระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวนั้น จะมีส่วนสำคัญต่อการรักษาปริมาณของสารสำคัญและสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจากการศึกษาวิจัยพบว่าการเก็บเกี่ยวผลสุกจะให้สารต้านอนุมูลอิสระได้สูงที่สุด

คุณค่าทางโภชนาการ

ผลสุก 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 75 กิโลแคลอรี่ และวิตามินซี 9 - 11 มิลลิกรัม 

ผลสด จะมีรสเปรี้ยวและมีวิตามินซีสูง ทำให้นิยมนำมาทำเป็นน้ำผลไม้ และสามารถนำมาดองเกลือแช่อิ่ม ทำเป็นวุ้น ทำแยมผลไม้ และใช้สำหรับแต่งสีอาหารและเครื่องดื่มได้ด้วย

สรรพคุณตามตำรายาไทย

แก่น:  ช่วยบำรุงไขมัน เหมาะสำหรับคนผอม ช่วยบำรุงธาตุ

ใบสด:  นำมาต้มน้ำดื่ม รักษาโรคท้องร่วง แก้อาการปวดหู แก้ไข้ แก้เจ็บปากและคอ

ผลสุกและผลดิบ:  ช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน แก้ท้องเสีย

รากสด:  นำมาต้มน้ำดื่ม ช่วยขับพยาธิ บำรุงธาตุ ช่วยให้เจริญอาหาร หรือนำมาตำให้ละเอียดผสมกับเหล้า ทาหรือพอกรักษาบาดแผล และช่วยแก้อาการคัน

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา

มะม่วงหาวมะนาวโห่ เป็นผลไม้สีม่วงแดง มีสารสำคัญเป็นพวกกลุ่มแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) และยังมีพวกสารประกอบฟีนอลิก(Phenolic compounds) และกรดไตรเตอพีนอยด์ (Triterpenoid acid)

การศึกษาฤทธิ์เภสัชวิทยาในผลไม้ชนิดนนี้ ส่วนใหญ่เป็นเพียงการศึกษาในระดับเซลล์และหลองทดลองเท่านั้น ซึ่งมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ดังนี้

  1. ต้านเซลล์มะเร็ง
    เนื่องจากมะม่วงหาวมะนาวโห่นั้นเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ทั้งยังสามารถต่อต้านเอนไซม์ในสภาพปลอดเชื้อ และช่วยสร้างสารไกลเคชั่นได้ ซึ่งพบว่าสารชนิดนี้มีความเป็นพิษต่อมะเร็งทุกชนิด
  2. ต้านการอักเสบ
    อาการติดเชื้อและอาการอักเสบล้วนมีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการแพร่ขยายตัวของโรค เช่น ข้อต่ออักเสบ แผลพุพอง โรคหลอดเลือดแดง และโรคหืด ซึ่งในปัจจุบันได้มียาอยู่หลายชนิดที่ช่วยต่อต้านอาการเหล่านี้อยู่ แต่ก็ก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้หลายอย่างเช่นกัน
  3. บำรุงหัวใจ
    จากการศึกษาวิจัยทำให้ทราบว่า สารในกลุ่มของ amorphous water – soluble polyglycoside  ที่ได้จากมะม่วงหาวมะนาวโห่นั้นมีฤทธิ์ในการบำรุงหัวใจ และยังช่วยลดความดันโลหิตได้
  4. ป้องกันตับอักเสบ
    ตับเป็นอวัยวะสำคัญที่จะช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกาย ซึ่งถ้าตับทำงานผิดปกติย่อมทำให้เกิดอาการผิดปกติตามมาได้อย่างมากมาย เช่น อาการทางสมองและเลือดออกง่าย แต่มะม่วงหาวมะนาวโห่ จัดว่าเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่สามารถปกป้องความเป็นพิษที่เกิดขึ้นกับตับ ซึ่งสารสกัดจากรากของพืชชนิดนี้ จะช่วยป้องกันพิษต่อตับ ที่เกิดจากการใช้ยาพาราเซตามอลได้อย่างมีนัยสำคัญ

ความปลอดภัยในการใช้มะม่วงหาวมะนาวโห่

ในขณะนี้ยังไม่มีการรายงานความเป็นพิษจากการใช้มะม่วงหาวมะนาวโห่ แต่ในน้ำยางสีขาวของต้นนี้ ซึ่งมีทุกส่วนของต้น อาจทำให้เกิดการระคายเคือง หรืออาการแพ้ได้ ดังนั้น ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการสัมผัส หรือให้รีบทำความสะอาดทันทีหลังสัมผัสโดน

สรุป  มะม่วงหาวมะนาวโห่ เป็นพืชสมุนไพรอีกหนึ่งชนิดที่เปี่ยมไปด้วยสรรพคุณทางยาสูง สามารถนำมาบำบัดรักษาและบำรุงสุขภาพได้หลายอย่าง ดังนั้นสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ การหันมาใช้สมุนไพรจากธรรมชาติบำบัดและบำรุงร่างกายก็นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง แต่ควรรับประทานอย่างเหมาะสม เลือกบริโภคอาหารให้หลากหลายและครบ 5 หมู่ ทำความสะอาดก่อนรับประทานทุกครั้ง และหากต้องการรับประทานมะม่วงหาวมะนาวโห่เป็นยารักษา หรือบำรุงร่างกายควบคู่ไปกับการรับประทานยาประจำ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันการเกิดอันตราย หรือผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้